4 โรคอันตรายที่ป้องกันได้ด้วยการใช้เครื่องฟอกอากาศ

4 โรคอันตรายที่ป้องกันได้ด้วยการใช้เครื่องฟอกอากาศ

4 โรคอันตรายที่ป้องกันได้ด้วยการใช้เครื่องฟอกอากาศ
นอกจากช่วยกรองฝุ่นแล้ว เครื่องฟอกอากาศช่วยป้องกันโรคให้เราด้วย

สารบัญ

4 โรคอันตรายที่ป้องกันได้ด้วยการใช้เครื่องฟอกอากาศ

จัดวางเครื่องฟอกอากาศอย่างไร ให้ได้คุณภาพอากาศที่ดีที่สุด

ข้อควรระวังในการใช้งานเครื่องฟอกอากาศ

สิ่งที่ต้องระวัง หากในห้องนอนยังไม่มีเครื่องฟอกอากาศ

 

 

4 โรคอันตรายที่ป้องกันได้ด้วยการใช้เครื่องฟอกอากาศ

ใครจะรู้ว่าแค่เพียงการหายใจเข้าออกเพื่อใช้ชีวิตตามปกติ ก็สามารถเป็นหนึ่งช่องทางอันตรายที่นำพาโรคร้ายสารพัดเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดาย โดนเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่มีโลกของเราประสบกับทั้งปัญหาฝุ่น PM 2.5 โรคติดต่อทางอากาศ ไวรัสอุบัติใหม่ การมีตัวช่วยที่ดีในการปกป้องให้ลมหายใจของเราปลอดภัยอย่างเครื่องฟอกอากาศติดบ้านไว้ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นไม่น้อย

 

นอกจากช่วยกรองฝุ่นแล้ว เครื่องฟอกอากาศช่วยป้องกันโรคอะไรให้เราได้บ้าง

สมัยก่อนเครื่องฟอกอากาศอาจถูกนึกถึงในแง่ของการกรองฝุ่นละอองหรือดักจับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้อากาศที่เราใช้หายใจสะอาดมากขึ้น จนเมื่อมีต้นปี 2562 ที่ผ่านมา เราเริ่มตื่นตัวกับภัยร้ายของฝุ่นPM 2.5 กันอย่างมากจนเครื่องฟอกอากาศกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็น ที่หลายบ้านต้องซื้อหามาติดไว้ ซึ่งนอกจากประโยชน์ของการดักจับฝุ่นละอองที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เครื่องฟอกที่ติดตั้งระบบกรองแบบ HEPA Filter ยังมีประโยชน์ในการช่วยป้องกัน 4 โรคอันตรายเหล่านี้ให้คุณได้ด้วย

 

โรคหัวใจ (Heart disease)

จากการติดตามผลอย่างต่อเนื่องชี้ให้เห็นว่า กลุ่มผู้ใช้เครื่องฟอกอากาศในชีวิตประจำวันมีแนวโน้มของความดันเลือดที่ลดลงอย่างมาก รวมถึงค่าที่บ่งชี้การอักเสบของทางเดินหายใจก็ลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะเดียวกันการทำงานของปอดและการหดตัวของเส้นเลือดกลับดีขึ้น เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ใช้ ช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้

 

โรคหอบหืด (Asthma)

สำหรับคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการหอบหืดกำเริบทุกครั้งที่เจอกับฝุ่นละออง หรือสารก่อภูมิแพ้ เครื่องฟอกอากาศน่าจะเป็นอุปกรณ์สามัญประจำบ้านที่จำเป็นสำหรับคุณ เพราะประสิทธิภาพที่ดักจับฝุ่นที่มีขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอนนั้น เพียงพอที่จะดักจับสารก่อภูมิแพ้ส่วนใหญ่ได้ ทำให้คุณหายใจได้อย่างเต็มปอดโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจอีกต่อไป

 

โรคไวรัสที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.02 ไมครอน

จากรายงานขององค์การอนามัยโลกเมื่อปี 2008 ที่ผ่านมาถึงขนาดของเชื้อไวรัสอันตรายที่ก่อโรคทางเดินหายใจ และมีขนาดมากกว่า 0.02 ไมครอน ได้แก่ โรคไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ โรคตับอักเสบ และซาร์ส ทั้งหมดนี้ก็สามารถถูกดักจับไว้ด้วยฟิลเตอร์ของเครื่องฟอกอากาศได้เช่นกัน

 

ถุงลมโป่งพอง (Emphysema)

อีกหนึ่งโรคที่น่ากลัวและสร้างความทุกข์ทรมานแก่ผู้ป่วยไม่น้อย ซึ่งผู้ป่วยหลายรายไม่เคยมีประวัติสูบบุหรี่มาก่อน หากแต่สูดเอาควันบุหรี่มือสองหรือฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าไปสะสมอุดตัน ทำให้สภาพปอดย่ำแย่ เครื่องฟอกอากาศก็เป็นอีกทางออกหนึ่งที่สามารถช่วยปกป้องลมหายใจของคุณจากอันตรายเหล่านี้ได้

 

ดูแลสุขภาพเครื่องฟอกอากาศให้ดี ปลอดภัยไปหลายโรค

แม้การมีเครื่องฟอกอากาศดี ๆ ติดบ้านไว้จะสามารถทำให้เราอุ่นใจไปได้มาก แต่การตรวจสอบดูแลตัวเครื่องให้ทำงานได้ดีสม่ำเสมอก็เป็นอีกเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญร่วมด้วย เพราะถึงแม้ตัวเครื่องจะมีคุณสมบัติในการกรองฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคได้มากมายเพียงไหน แต่ถ้าขาดการดูแลที่ดี ประสิทธิภาพในการทำงานก็ลดลงได้เช่นกัน

 

 

 

จัดวางเครื่องฟอกอากาศอย่างไร ให้ได้คุณภาพอากาศที่ดีที่สุด

 

หลังจากเฟ้นหาและลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศคุณภาพดีมาใช้ในบ้านแล้ว เชื่อว่าคุณคงมีความมั่นใจว่า ต่อไปนี้บรรดาฝุ่นละอองที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจทั้งหลายคงจะถูกจัดการเรียบร้อย ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าในอากาศที่เราหายใจเข้าออกจะมีฝุ่น PM 2.5 ปะปนเข้ามาเท่าไหร่ หรือมีแบคทีเรีย ไวรัสอะไรที่จะเข้ามาก่อโรคร้ายหรือไม่ แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากที่เราจะต้องทำการบ้านเพื่อเลือกสรรเครื่องฟอกอากาศที่ดี ที่เหมาะสมมาใช้แล้ว เรื่องของการจัดวางตำแหน่งของตัวเครื่องให้ถูกที่ถูกทาง ก็เป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจเช่นกัน

 

เทคนิคการเลือกตำแหน่งวางเครื่องฟอกอากาศในห้องต่าง ๆ ของบ้าน

 

โดยปกติแล้วหลักการทำงานของเครื่องฟอกอากาศคือการดูดอากาศจากบริเวณรอบ ๆ ตัวเครื่องเข้าสู่ช่องอากาศเข้า ซึ่งมีทั้งส่วนหน้าและหลัง หรือรอบทิศทางแล้วแต่ชนิดและรุ่นของตัวเครื่อง เพื่อดักจับฝุ่นละออง กลิ่น และจัดการกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ที่ปะปนมาออกมา ก่อนจะปล่อยอากาศที่ถูกกรองแล้วนั้นออกจากด้านบนของตัวเครื่อง ดังนั้นตำแหน่งการวางเครื่องจึงต้องเป็นจุดที่มีการไหลของอากาศในห้องเข้าสู่ตัวเครื่องได้มากที่สุด และสามารถส่งอากาศที่ถูกกรองออกไปได้ทั่วถึงทุกบริเวณในห้องได้ และนี่คือเทคนิคดี ๆ ในการเลือกตำแหน่ง

 

จุดที่ดีที่สุดในการวางเครื่องฟอกอากาศคือ “กลางห้อง” เนื่องจากตำแหน่งกลางห้องเป็นจุดที่อากาศโดยรอบไหลเข้าและออกจากเครื่องได้อย่างทั่วถึงที่สุด แต่ทั้งนี้ต้องระวังเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ที่อาจตั้งขวางทางลมประกอบด้วย

ตั้งเครื่องห่างจากเตียงนอนในระยะ 6-10 ฟุต และหันตัวเครื่องเข้าทางเตียงนอน เพื่อคุณภาพการกรองอากาศที่ดีที่สุด ระยะห่างที่แนะนำในการตั้งเครื่องห่างจากเตียง คือ มากกว่า 6 ฟุต เพื่อให้ระยะการไหลเข้าตัวเครื่องต่อเนื่องและไม่ควรตั้งห่างเกิน 10 ฟุต เพื่อให้เราได้รับอากาศดีที่ถูกกรองฝุ่นละอองแล้วไปใช้ในการหายใจได้เต็มที่

ไม่ควรตั้งตัวเครื่องใกล้เครื่องปรับอากาศ บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่า การจัดวางเครื่องฟอกอากาศไว้ใกล้กับเครื่องปรับอากาศ จะทำให้อากาศที่ถูกกรองส่งต่อไปให้เครื่องปรับอากาศ ได้กระจายอากาศดีเข้าสู่ตัวห้องต่อไปได้ดีขึ้น แต่แท้จริงแล้วเครื่องปรับอากาศมักมีแรงดูดสูงกว่าเครื่องฟอก ทำให้แย่งเอาอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองมากระจายต่อแทน

ตั้งห่างจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ 12-18 นิ้ว ไม่ควรตั้งตัวเครื่องไว้ใกล้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้านมากจนเกินไป เนื่องจากการทำงานของเครื่องอาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์ดังกล่าวได้

หากต้องเลือกวางไว้ใกล้กำแพงให้เลือกกำแพงด้านยาว และเว้นระยะห่างอย่างน้อยครึ่งฟุตหากจำเป็นต้องตั้งเครื่องไว้ใกล้กำแพงด้านใดด้านหนึ่ง ควรเลือกวางไว้ใกล้กำแพงที่มีความยาวมากกว่า เพราะมีการไหลของอากาศเข้าได้มากกว่า และควรตั้งห่างกับกำแพงอย่างน้อยครึ่งฟุตเพื่อให้มีระยะให้มวลอากาศฝั่งกำแพงไหลเข้าได้ในปริมาตรที่เหมาะสม อีกทั้งยังลดการสะสมของฝุ่นละอองบนผนังได้ด้วย

ตั้งในที่ร่มและไม่ถูกแสงอาทิตย์โดยตรง เนื่องจากความร้อนในแสงแดดอาจทำให้ตัวเครื่องเสื่อมสภาพ หรือสียหายจากความร้อนได้

ความปลอดภัยจากการตำแหน่งการวางเครื่องฟอกอากาศก็เป็นอีกเรื่องที่พลาดไม่ได้

หลังจากเลือกทำเลที่เหมาะสมในการวางเครื่องฟอกอากาศในบ้านของเราได้แล้ว อีกสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือความปลอดภัยในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่ตั้งสุ่มเสี่ยงต่อการอุบัติเหตุต่อบุคคลทั่วไปหรือไม่ ง่ายต่อการเข้าเล่นของเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงหรือไม่ เพื่อที่เราจะได้วางใจว่า นอกจากจะปลอดภัยจากฝุ่นละอองและเชื้อโรคอันตรายในอากาศแล้ว ก็ยังปลอดภัยจากอันตรายต่าง ๆ อีกด้วย

 

 

 

ข้อควรระวังในการใช้งานเครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศมีประโยชน์เพื่อใช้ในการกรอง ฟอกอากาศในบริเวณพื้นที่ปิดที่ต้องการทำให้บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่น หรือ Safety zone แต่การใช้งานให้ถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่อง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการฟอกอากาศให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย มารีวิวเครื่องฟอกอากาศกันดูว่า 3 ข้อควรระวังในการใช้งานมีอะไรบ้าง

การใช้เครื่องฟอกอากาศต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดของห้อง ห้องแต่ละห้องมีขนาดไม่เท่ากัน แต่เครื่องฟอกแต่ละรุ่นจะมีสเปกบอกไว้ว่าเหมาะกับห้องที่มีขนาดเท่าใด ส่วนมากจะกำหนดเป็นลูกบาศก์ฟุต คุณก็ต้องหาขนาดห้องทั้งกว้าง ยาว สูง ทำเป็นฟุตแล้วคูณกันเพื่อหาปริมาตรของห้อง แต่หากรุ่นใดบอกสเปกเป็นเมตรก็วัดเป็นเมตรได้เลย ซึ่งประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศนี้ขึ้นอยู่กับอัตราในการดูดอากาศผ่านตัวเครื่อง หากมีอัตราในการดูดสูงก็จะสามารถทำงานได้ในห้องที่มีขนาดใหญ่กว่า หากขนาดห้องมากกว่ากำลังของเครื่องให้เพิ่มจำนวนเครื่อง ไม่ควรคาดเอาว่าเครื่องจะทำได้ เพราะหากคุณฝืนใช้ไป ในช่วงแรกอาจฟอกอากาศได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เครื่องที่ทำงานหนักกว่าปกติจะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แผ่นกรองที่ใช้จะตันเร็วขึ้น ปริมาณการใช้ไฟฟ้าก็จะสูงขึ้น ในระยะยาวแล้วไม่คุ้มค่าเลย

การใช้งานควรคู่กับพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ การไหลเวียนของอากาศที่ดีจะทำให้เครื่องฟอกอากาศทำงานได้ดีขึ้น อากาศจะไหลผ่านเข้าทางตัวเครื่อง ผ่านแผ่นกรองหยาบ แผ่นกรองละเอียด ผ่านระบบดักจับฝุ่นด้วยไฟฟ้าสถิต ตามลำดับ แล้วเป่าอากาศที่กรองแล้วออกทางช่องปล่อยอากาศ ดังนั้นการช่วยให้อากาศไหลผ่านเครื่องได้เร็วขึ้นก็เป็นการช่วยให้เครื่องทำงานน้อยลง ประสิทธิภาพในการฟอกอากาศก็ดีขึ้น ไม่ควรติดตั้งเครื่องไว้โดด ๆ หรือวางไว้ใกล้พื้น เพราะฝุ่นขนาดเล็กจะหนาแน่นที่สุดบริเวณใกล้พื้น ควรติดตั้งให้สูงจากพื้นสักเล็กน้อยเพื่อให้การไหลเวียนอากาศนั้นสะดวกมากขึ้น ไม่เช่นนั้นแผ่นกรองของเครื่องจะเกิดการตันเป็นจุด ๆ ทำให้อาจต้องเปลี่ยนแผ่นกรองบ่อยขึ้นเพราะคิดว่าแผ่นกรองนั้นตันหมดแล้วก็ได้

การดูแลรักษา ล้างหรือเปลี่ยนแผ่นกรองอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงที่มีฝุ่นมากอาจทำการล้างสักสัปดาห์ละครั้ง แต่หากฝุ่นไม่มากอาจล้างสักเดือนละครั้งก็พอไหวอยู่ การทำความสะอาดแผ่นกรองของเครื่องฟอกอากาศอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ประสิทธิภาพในการฟอกอากาศนั้นดีอยู่ตลอดเวลา อายุการใช้งานก็นานขึ้น การใช้ไฟฟ้าของเครื่องก็ต่ำ ช่วยประหยัดได้อีกด้วย

และอย่าลืมเรื่องสำคัญเลยคือแผ่นกรองที่เปลี่ยนออกมาไม่ควรทิ้งโดยไม่มีการห่อหุ้มเด็ดขาด เนื่องจากแผ่นกรองฝุ่นถือเป็นขยะติดเชื้อ เพราะฝุ่นขนาดเล็กจะรวมไปถึงสารพิษขนาดเล็กที่ปนเปื้อนมากับฝุ่นด้วยเช่นกัน ก่อนทิ้งควรห่อหุ้มให้มิดชิด หากแยกทิ้งเป็นขยะมีพิษได้จะดีมาก

 

 

 

สิ่งที่ต้องระวัง หากในห้องนอนยังไม่มีเครื่องฟอกอากาศ

สิ่งที่ต้องระวัง หากในห้องนอนยังไม่มีเครื่องฟอกอากาศ
ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องนอนจะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นได้ดีขึ้นอีกด้วย หากต้องการให้การกรองฝุ่นมีประสิทธิภาพในการจัดการฝุ่นเพิ่มคุณอาจทำห้องนอนของคุณให้กลายเป็นห้องปลอดฝุ่นควบคู่กันไปด้วยก็ยิ่งดี

 

 

ความสำคัญของการเฝ้าระวังและป้องกันตัวเองและครอบครัวจากฝุ่นขนาดเล็กนั่นก็คือการหาเครื่องฟอกอากาศมาใช้ภายในบ้านของคุณเอง หลายคนเข้าใจผิดว่าภายในตัวบ้านที่มีการปิดอย่างมิดชิดบวกกับการหาเครื่องปรับอากาศสักเครื่องก็สามารถที่จะดักกรองฝุ่นเหล่านี้เอาไว้ได้หมดแล้ว ในความเป็นจริงนั้นมีเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ ๆ เพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ได้ และถึงแม้จะเป็นรุ่นที่สามารถกรองฝุ่นได้แต่ประสิทธิภาพก็ไม่เท่าการใช้เครื่องฟอกอากาศโดยตรงอยู่ดี อย่างน้อยแล้วก็ควรเลือกติดตั้งในส่วนที่สำคัญที่สุดของบ้านอย่างห้องนอนก็ยังดี

 

เพราะห้องนอนเป็นห้องที่คุณใช้เวลาอยู่นานที่สุด ดังนั้นการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องนอนจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ในขณะที่คุณนอนคุณยังคงต้องหายใจเอาอากาศเข้าไปแม้ว่าอัตราการหายใจจะน้อยกว่าขณะตื่นเกือบ 5 เท่า แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการหายใจในขณะนอนหลับนั้นคุณหายใจเอาฝุ่นขนาดเล็กเข้าไปนาทีละประมาณ 10 – 15 ล้านเม็ดเลยทีเดียว และในขณะที่นอนหลับนั้นคุณอาจไม่ได้หายใจด้วยจมูกเท่านั้นแต่อากาศอาจเข้าออกทางปากได้อีกด้วย ฝุ่นขนาดเล็กเหล่านี้เมื่อผ่านเข้าไปแล้วจะกระตุ้นระบบการหายใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบต้านทานของร่างกาย เมื่อเกิดการอักเสบขึ้นมาจะกระตุ้นให้ร่างกายพยายามขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายด้วยการไอ จาม สารพิษที่มากับฝุ่นขนาดเล็กอาจทำให้เกิดการอักเสบของปอด หรือสารบางชนิดก็มีผลในการทำลายเม็ดเลือดขาวซึ่งถือเป็นภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกาย อาการต่าง ๆ อาจไม่ได้เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน แต่จะมีการสะสมไว้ภายในร่างกายจนถึงในระดับที่อันตรายแล้วจึงแสดงอาการออกมา ซึ่งคุณไม่สามารถจะรู้ได้เลยว่าร่างกายคุณจะรับเอาสารพิษที่ติดมากับฝุ่นขนาดเล็กนี้เข้าไปมากเท่าใดแล้ว โดยเฉพาะเวลาที่คุณนอนหลับอยู่ วันละ 6 – 8 ชั่วโมงที่คุณใช้ชีวิตในห้องนอนนี้คุณหายใจเอาฝุ่นเข้าไปมากกว่า 360 ล้านเม็ดเลยนะ แล้วทำไมจะไม่คิดอยากมีเครื่องฟอกอากาศในห้องนอนไว้เป็นตัวช่วยของคุณล่ะ

 

           ไม่ต้องกังวลว่าการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องนอนจะทำให้เกิดเสียงรบกวนในขณะที่คุณนอนหลับเลย เพราะเครื่องฟอกอากาศรุ่นใหม่ ๆ นั้นมีระบบการฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงและไม่มีเสียงรบกวนด้วย คุณสามารถติดตั้งเพิ่มได้เลย แม้ว่าภายในห้องจะมีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้วก็ตาม การติดตั้งคู่กันจะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นได้ดีขึ้นอีกด้วย หากต้องการให้การกรองฝุ่นมีประสิทธิภาพในการจัดการฝุ่นเพิ่มคุณอาจทำห้องนอนของคุณให้กลายเป็นห้องปลอดฝุ่นควบคู่กันไปด้วยก็ยิ่งดี

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *